โค้ชเก่งในกระบวนการโค้ช

โค้ชเก่งในกระบวนการโค้ช

จริงหรือที่ว่า...โค้ชไม่ต้องเก่งในเรื่องราวของโค้ชชี่ แค่เก่งในกระบวนการโค้ชก็พอ

การโค้ช คือ บทสนทนาที่กระตุ้นความคิด ช่วยให้ผู้รับการโค้ชค้นหาคำตอบที่ต้องการได้

โค้ช คือ คนที่อำนวยกระบวนการคิด

และผู้รับการโค้ช หรือ โค้ชชี่คือผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องราวของตัวเอง

นี่คือคำจำกัดความอย่างย่อขององค์ประกอบโค้ชชิ่งทั้งหมด

แต่ถ้าเราจะถือแค่คำอธิบายนี้แล้วทึกทักเอาว่าก็แค่ฟัง ก็แค่จับประเด็น ก็แค่ถาม ก็พอแล้ว ใช่ไหม ก็อาจจะได้ถ้าหัวข้อการโค้ชนั้นเป็นระดับพื้นผิว โค้ชสามารถชวนคิด ชวนคุย จนผู้ที่รับการโค้ชได้แผนการลงมือทำ รับปากกับตัวเองว่าจะทำอะไรบ้าง เพื่อจะได้บรรลุสิ่งที่ตั้งใจไว้ในที่สุด

ในการโค้ชที่ลึกซึ้งขึ้น เช่น ผู้รับการโค้ชตระหนักถึงตัวตน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การปรับจูนความคิด หรือแม้แต่การทำความเข้าใจในความรู้สึกของตัวเอง ที่ฟังดูแล้วจับต้องได้ยาก โค้ชจะทำแค่อำนวยกระบวนการคิดเท่านั้นหรือ คำตอบคือ ใช่ ทำแค่นั้น

และไม่ใช่ ต้องทำมากกว่านั้น! 

มีคำกล่าวว่า เราจะโค้ชได้ลึกซึ้งแค่ไหน อยู่ที่เราพัฒนาตัวเองได้ลึกซึ้งแค่ไหนเช่นกัน ถ้าเราไม่เคยปรับเปลี่ยนหรือก้าวข้ามอุปสรรค เราจะไปโค้ชให้เขาปรับเปลี่ยนหรือก้าวข้ามได้ไหม ถ้าเรายังไม่เคยแก้อุปนิสัยบางอย่าง เราก็คงไม่สามารถไปโค้ชในเรื่องการแก้นิสัยเช่นกัน

ไม่ใช่เพราะโค้ชต้องนำประสบการณ์ไปสอน ไม่ใช่เพราะโค้ชต้องการเครดิตว่าฉันมีประสบการณ์นะ ฉันโค้ชได้

การพัฒนาตัวตนของโค้ชนั้นเป็นไปเพื่อการพัฒนาตนเอง เพื่อได้สัมผัสถึงความเปราะบางของมนุษย์ ได้ซาบซึ้งถึงความอ่อนไหว ได้ลิ้มรสความยากเข็ญของการก้าวข้ามกำแพงเดิมๆ ได้ชื่นชมกับฟ้าใหม่ที่สวยงาม ได้ชื่นใจกับความเย็นสงบนิ่ง เกิดเป็นความอ่อนน้อมที่แสดงออกจากภายในของคนๆหนึ่งต่อคนอื่นๆ

ดังนั้น โค้ชจึงไม่ใช่แค่ฟัง แค่ถาม แต่โค้ชขัดเกลาและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เพื่อพร้อมที่จะเซอร์วิสผู้รับการโค้ชให้ดีที่สุดในสิ่งที่เขาต้องการ โค้ชชิ่งจึงไม่ใช่แค่การกระทำ แต่เป็นตัวตนของโค้ชด้วย 

 

Powered by MakeWebEasy.com