ช่วงไวรัสระบาด เราจะทำอะไรดี?

ช่วงไวรัสระบาด เราจะทำอะไรดี?

งานถูกเลื่อนออกไป บางงานถูกยกเลิก นอกจากที่เราจะปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานแล้ว ยังมีอะไรอีกบ้างที่เราจะทำได้ในช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้ หรือเราจะโค้ชชิ่งตัวเองได้ไหม

ตั้งแต่หลังตรุษจีนเป็นต้นมา หัวข้อที่ลูกค้ามักนำมาพูดคุยด้วยเสมอๆเลยคือเรื่องสภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ บางธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบาดของไวรัส บางธุรกิจกำลังจะได้รับผลกระทบ แทบจะไม่มีใครหนีพ้น แล้วงานของโค้ชและวิทยากรหล่ะ ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง

งานบรรยายถูกเลื่อนออกไป บางงานที่เป็นแบบต่อเนื่องก็ต้องปรับวิธีการติดตามผล งานโค้ชไม่ได้เลื่อนแต่เปลี่ยนวิธีการโค้ชเป็นทางโทรศัพท์หรือผ่าน Platform อื่นๆ แน่นอนว่าเรามีเวลาว่างเพิ่มขึ้นจากงานที่หายไป และจากงานที่ไม่ต้องเดินทาง แล้วเราจะใช้เวลาที่เพิ่มขึ้นมาให้มีประโยชน์ที่สุดอย่างไร

ในช่วงแรก ก็เป็นเวลาแห่งความเพลิดเพลินใจ มีหนังสือตั้งใหญ่ที่ยังอ่านไม่จบ บางเล่มก็ยังไม่ได้อ่าน บางเล่มก็ซ่อนตัวอยู่ใน kindle ได้เวลาอ่านเสียที ว่างจากอ่านหนังสือ ก็แต่งต้นไม้ จัดสวน ทำไปเรื่อยจนถึงปลูกผักจริงจังหลังจากตั้งท่ามานาน ยังได้สวดมนต์ยาวๆ นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย และทำอะไรที่ปกติมักมีข้ออ้างว่า “งานยุ่ง” จนไม่ได้ทำ

บางทีก็พูดขำๆกับเพื่อนว่านี่แหละเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการซ้อม Slow Life ซ้อมวิถีชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง

ช่วงเวลาที่เงียบๆได้อยู่กับตัวเองความคิดค่อยๆตกผลึก กลายเป็น Self Reflection ที่ได้เห็นตัวเองอย่างชัดเจนทั้งช่วงปีที่ผ่านมา กับแผนที่วางไว้ว่าจะเดินหน้าไป แม้ว่าจะผ่านปีใหม่มาไม่นานและได้ทำการทบทวนตัวเองอย่างจริงจังไปแล้วเมื่อตอนปลายปี มีการทำ OKR และ CFR มาตลอดปีแต่ก็น่าแปลกที่ยังมีหลายสิ่งอย่างที่ผลุดขึ้นมาในความคิด กลายเป็นเรื่องสนุกและอยากค้นต่อไปอีก

อยากเชิญชวนผู้อ่านเช่นกันค่ะว่าหากจัดเวลาได้บ้าง มา “อยู่กับตัวเอง” อาจจะนั่งเฉยๆ ดูท้องฟ้า ดูต้นไม้ ดูวิว ปล่อยความคิดไปเรื่อย ไม่ต้องจับโทรศัพท์ ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สักพักนึงความคิดที่ฟุ้งจะตกตะกอนลงเอง เราจะเห็นความคิดบางอย่าผุดขึ้นมา หรือความคิดบางอย่างที่ชัดเจนขึ้น

สำหรับคนที่ถนัดคุยกับตัวเอง อาจจะใช้วิธีที่ถนัดก็ไม่แปลกอะไร การได้ยินตัวเองพูด การได้สนทนากับตัวเอง ก็ทำให้ความคิดความเห็นมีความกระจ่างชัดขึ้นได้

บางคนอาจจะใช้วิธีเขียน การสื่อสารจากความคิดไหลลงสู่ปากกาในมือเขียนลงบนกระดาษก็ทำให้ได้ความชัดเจนในความคิดและความรู้สึกเช่นกัน

บางทีช่วงเวลาสำหรับการทบทวนตัวเองที่ดีที่สุดคือช่วงเวลาที่เรานิ่งจริงๆแบบนี้ ไม่ใช่ช่วงปลายปี-ต้นปี ที่เราทำเพราะเป็นช่วงเวลาที่ต้องทบทวนและตั้งเป้าก็ได้ 

ข้อดีของการทบทวนตัวเองคือ เราสามารถเปิดเผยความรู้สึก ความคิดเห็น ได้อย่างตรงไปตรงมา เรายังท้าทายความคิดของตัวเองได้อย่างเต็มที่ด้วย ไม่ต้องเกรงใจ เพียงแต่ต้องทำอย่างซื่อสัตย์กับตัวเองเท่านั้นเอง

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ภายนอกทำให้เรามีเวลาว่างมากขึ้น ลองใช้ช่วงเวลานี้ในการทบทวนตัวเองดูนะคะ เราอาจจะเห็นบางสิ่งบางอย่างในความคิดเราชัดมากขึ้น ส่วนจะเอาไปต่อยอดอย่างไรนั้น ก็แล้วแต่เรื่องราวและความประสงค์ของแต่ละท่านเลยค่ะ

 

 

Powered by MakeWebEasy.com